จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน หรือทางชาวไทใหญ่เรียกว่า  เดือน 12   ระหว่างขึ้น 1 ค่ำถึง 15 ค่ำ แต่ส่วนใหญ่มักจะจัดขึ้น 13 ค่ำ ถึง 15 ค่ำ เดือน 12  โดยถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำ เป็นวันสุดท้ายของงานประเพณีต่างๆ ของชาวไทใหญ่

 

      ซึ่งเริ่มงานเวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ชาวบ้านก็จะไปซื้อกระบอกน้ำกระบอกทราย ดอกไม้ ธูป เทียนกัน ซื้อเพื่อทำบุญกับวัดหรือภายในวัดที่ทำขายแล้วแต่จิตศรัทธาที่ซื้อเพื่อนำไปถวายพระที่อยู่ในเขาวงกตที่จะเข้าไปถวาย

 

      เมื่อซื้อกระบอกน้ำกระบอกทราย ดอกไม้ ธูป เทียนแล้ว ก็เริ่มทางเข้าเขาวงกตที่สมมุติว่าเป็นอาศรมของพระเวสสันดรเพื่อเดินทางไปถวายของให้กับพระแล้วแต่ว่าจะเข้าทางเขาวงกตซ้ายหรือขวา  เมื่อถึงพระ แล้วก็ถวายกระบอกน้ำกระบอกทรายและดอกไม้ ธูป เทียน ถวายให้พระ เมื่อถวายเสร็จก็รับพรจากพระแล้วก็เดินออกจากเขาวงกต    

 

      ถ้าเขาซ้ายก็เดินทางออกขวา และถ้าเข้าทางขวาก็เดินทางออกซ้าย ถ้าคนไหนหาทางออกเขาวงกตไม่เจอก็แสดงว่าไม่มีบุญ และถ้าคนไหนหาทางออกเขาวงกตไม่เจอก็แสดงว่ามีบุญ

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปอยก๋อยจ๊อด (ปอยอ่องจ๊อด)  เป็นประเพณีที่ต่อจากการเสร็จสิ้นของประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด   การจัดงานปอยอ่องจ๊อดในจังหวัดแม่ฮ่องสอนจะจัดในช่วงวันแรม  14  ค่ำ  เดือน  11  ในเขตเทศบาลแต่ละชุมชนป๊อกจะจัดทำต้นเกี๊ยะ (ต้นแปก) และตกแต่งให้สวยงาม   เพื่อเข้าร่วมการประกวดกับทางเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน   ขบวนแห่จะเริ่มตั้งตั้งแต่ตลาดนัดวันอาทิตย์หรือถนนรุ่งเรืองการค้า ถึงวัดจองคำ  และนำถวาย   เวลาเริ่มแห่ประมาณ  15.00  น.  ขบวนจะมีการจัดตกแต่งต้นแปกของแต่ละป๊อกให้ดูสวยงามจะมีการแสดง  การก้าลาย  ก้าแลว  กิ่งกะหล่า  ก้าโต  ซึ่งเป็นศิลปะของไทใหญ่ที่อยู่คู่กับชาวแม่ฮ่องสอนมานาน  ขบวนแห่จะมีการแห่ไปตามท้องถนน  เมื่อขบวนไปถึงหน้าวัดจองคำจะมีการนำต้นแปกของแต่ละป๊อก  มาเรียงกันอยู่ที่หน้าวัดจองคำ    จากนั้นก็ได้มีการนำเอาสายสินมามัดลอบต้นแปกตั้งแต่ต้นแรกจนถึงต้นสุดท้าย  แล้วจะมีการพ่วงสายสินอีกเส้นขึ้นไปบนวัด  จากนั้นประธานในพิธีก็จะนำไหว้พระและรับกรรมทานศีล  เมื่อเสร็จจากการรับกรรมทานศีลแล้วจะมีการกล่าวคำถวายต้นเกี๊ยะ (ต้นแปก)  และพระสงฆ์ก็จะกล่าวคำอนุโมทนาเป็นภาษาบาลี   เมื่อพระสงฆ์กล่าวเสร็จตัวแทนของแต่ละป๊อกก็จะไปจุดต้นแปกที่หน้าวัด  สุดท้ายก็จะมีการขอขมาพระสงฆ์  

 

 

 

 

 

 

เมื่อย่างเข้าเดือน 11 ช่วงวันขึ้น  12  ค่ำ  เดือน  11  ถึงวันขึ้น  14  ค่ำ  เดือน  11  จะมีการจัดงานตลาดนัดขายของทั้งวันทั้งคืนหรือเรียกว่า “กาดพิดเหลิน  11”ขึ้นที่ ตลาดสด   ถนนสิงหนาทบำรุง  ตำบลจองคำ  อำเภอเมือง  จังหวัดแม่ฮ่องสอน    ซึ่งจะเป็นช่วงที่ประชาชนทั้งในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลต่างมาจับจ่ายซื้ออาหารและสิ่งของต่างๆกันอย่างครึกครื้น เพื่อนำไปขอขมาผู้เฒ่าผู้แก่ และไปทำบุญ ที่วัด 

 

 

 

ประเพณีหลู่เตนเหง  มักจัดทำขึ้นหลังวันออกพรรษา  ซึ่งมาจากความเชื่อที่ว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์หลังจากโปรดพุทธมารดาและเหล่าเทพยดาแล้วนั่นเอง  เมื่อทำพิธีถวายเทียนแล้วก็จะจัดทำพิธีจุดเทียนทั้ง  1,000  เล่ม  เพื่อเป็นพุทธบูชา  ส่วนใหญ่จะจุดเทียนรอบๆบริเวณวัด  เช่น  ตามรั้ว  เจดีย์  หรือประตูทางเข้าวัด  เป็นต้น  ซึ่งได้ยึดถือกันมาเป็นประเพณีของคนไตตราบจนทุกวันนี้      การ “หลู่เตนเหง”  หรือการแห่เทียนพันเล่ม เดิมมีการจัดงานเพียงแห่งเดียวคือที่วัดพระนอนและไม่มีการแห่ขบวน  จัดในช่วงวันแรม  1  ค่ำ  เดือน  11 ถึงแรม  8  ค่ำ  เดือน  11 เป็นประเพณีที่ชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอนถือปฏิบัติกันมาเป็นประจำทุกปี พอย่างออกพรรษาก็จะมีการจัดให้มีประเพณีนี้ขึ้น โดยชาวบ้านจะไปหาต้นสนมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ และมัดรวมกันเป็นต้นขนาดใหญ่สูงประมาณ 3-5 เมตรมาตั้งไว้ในบริเวณวัด และจัดงานเฉลิมฉลองพร้อมทั้งจุดไฟที่ต้นสนให้ลุกโชติช่วงอยู่ตลอดเวลาเพื่อเป็นพุทธบูชาจนกว่าไฟจะไหม้ต้นสนหมด งานประเพณีนี้มีที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนแห่งเดียว   

 

 

 

 

 

 

 

 

             กั่นตอ ประเพณีเฉพาะของชาวไทใหญ่และพม่า กั่นตอ เป็นคำไทใหญ่ เพี้ยนมาจากภาษาพม่าว่า กั่นต้อ หมายถึง การแสดงออกทางเจตนาเพื่อขอขมาญาติผู้ใหญ่ ผู้นำชุมชน และพ่อแม่ แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อเครือญาติและผู้นำชุมชน และยังเป็นการรับพรจากผู้ที่เราเคารพนับถือเพื่อความเป็นศิริมงคลในชีวิตของตนเองและครอบครัว

 

ประเพณีกั่นตอหรือขอขมานี้จะมีปีละ  2 ครั้ง คือ เดือน 5 และเดือน 11 (เดือนเมษายนและเดือนตุลาคม)  หรือก่อนวันขึ้นวัด 1 วัน คือช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 14-15 เมษายนของทุกปี และขึ้น  14  ค่ำ  เดือน 11 ของทุกปี กิจกรรมจะกั่นตอหรือขอขมาพระสงฆ์ที่วัดและก็จะมีการสรงน้ำพระพุทธรูปที่วัด ให้คนในชุมชนได้สรงน้ำพระ ชาวบ้านในชุมชนก็จะจัดเตรียมน้ำส้มป่อย น้ำอบน้ำหอม ใส่น้ำส้มป่อยผสมน้ำอบน้ำหอมในขันเงินที่เตรียมไป เพื่อจะกั่นตอหรือขอขมาพระสงฆ์และสรงน้ำพระพุทธรูปที่วัด แล้วพระสงฆ์ให้คำอวยพรเป็นเสร็จพิธี และจะมีอีกการกั่นตออีกครั้งในเดือน 11 คือเดือนตุลาคม ก่อนออกพรรษา จะเริ่มที่การกั่นตอบิดา มารดา ญาติผู้ใหญ่ ในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11  เช้าวันรุ่งขึ้นมีการตักบาตรเทโว  ตอนสายฟังเทศน์ ฟังธรรมที่วัด   ประมาณวันแรม  2-3  ค่ำ  เดือน 5  จะมีการกั่นตอต่างหมู่บ้าน  หรือหมู่บ้านใกล้เคียง โดยอาศัยวัดประจำหมู่บ้านเป็นศูนย์กลาง 

 

 

รูปแบบการกั่นตอ(ขอขมา)แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ

 

       1.  การกั่นตอบิดามารดา ผู้เฒ่าผู้แก่   การกั่นตอต้องกั่นตอบิดามารดาก่อนทุกครั้งและก่อนขึ้นวัด 1 วัน พอกั่นตอบิดามารดาเสร็จแล้วก็กั่นตอผู้เฒ่า ผู้แก่และญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือแล้วก็นำสิ่งของที่จะไปกั่นตอ เช่น ขนม ข้าวตอก ดอกไม้ ธูป และเทียน ไปกั่นตอ(ขอขมา)ลาโทษในสิ่งที่กระทำผิดทางกาย วาจาและทางใจให้บิดามารดาให้พร 

 

        2.   การกั่นตอพระสงฆ์ คือ หลังจากการกั่นตอบิดา-มารดาเสร็จแล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปทำบุญที่วัด หลังจากนั้นก็มีการนัดหมายไปกั่นตอที่วัดโดยนำดอกไม้ ธูป เทียน น้ำส้มป่อยผสมน้ำอบน้ำหอม ข้าวตอก  กั่นตอพระสงฆ์อาจมีการนำน้ำส้มป่อยรดมือพระสงฆ์ด้วยในปัจจุบัน  แล้วพระสงฆ์ให้พร การสรงน้ำพระพุทธรูปในวันศีลหรือวันพระจะมีในเดือน 5 หรือเดือนเมษายนของทุกปี